God Bless the Room
อารัมภบท
ในหูยังมีเสียงวิ้ง วิ้ง วิ้ง ขาและหลังปวดและเมื่อยเพราะไม่ได้นั่ง นิ้วตีนทั้งสิบถูกบีบอัดอยู่ในรองเท้าผ้าใบ ทันทีที่ถอดถุงเท้ารองเท้าออก มันก็กางแผ่อย่างหมดเรี่ยวแรง
แต่สามชั่วโมงก่อนหน้านี้ มันคือเรื่องราวของผู้คนในห้องเล็กๆ
God Bless the Room เป็นคอนเสิร์ตรวม 6 ศิลปินจาก Smallroom (ได้แก่ Slur, Lemon Soup, Tattoo Colour, Yarinda and friends, บอล จารุรักษ์ และกิ กิรตา) ที่ไม่เพียงแต่จะมาเล่นในคอนเสิร์ตเดียวกันเท่านั้น แต่ยังเป็นคอนเสิร์ตที่มีกติกาว่า ไฟไปหยุดที่เวทีของใคร คนนั้นต้องเล่น!
1
ผมจอดรถเรียบร้อย จึงเดินไปทางบูธของ Smallroom โอ๊ะ! นั่นมันแผ่น The Mary Onettes นี่นา โอ้ววว ในที่สุด Smallworld ก็วางแผงอัลบั้มนี้ซักที แต่เนื่องจากเป้าหมายวันนี้ ไม่ใช่การสอยแผ่นใดๆ ทั้งสิ้น ผมจึงเดินตัวเปล่าไปหาที่นั่งรอเพื่อน และรอเวลาประตูเปิด
2
แสงไฟสาดไปทั่วสตูดิโอที่ 8 ของมูนสตาร์ ทางด้านขวาคือเวที 3 เวทีเรียงกัน ทุกเวทีมีกลองชุดและเครื่องเสียงตั้งอยู่ เช่นเดียวกันกับทางด้านซ้าย แต่ละเวทีจะมีหนึ่งศิลปินจับจองเป็นเจ้าของ
แน่นอนว่าผมต้องอยากยืนอยู่หน้าเวทีของศิลปินที่ชอบ เดาได้ไม่ยากว่าเป็น Slur วงสุดรัก แต่เดาให้ตายยังไงก็เดาไม่ออก เพราะทุกเวทีเหมือนกันหมดเลย ก็เลยตัดสินใจปักหลักตรงกลาง จากมุมนี้ หันซ้ายขวาหน้าหลังแล้วน่าจะเห็นทุกวง
3
เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีจบลง วีเจลูกเกดก้าวขึ้นเวทีในฐานะพิธีกรของงาน ก่อนจะเปิดตัวศิลปินทั้ง 6 ราย ด้วยแสงและสีที่ทำให้ผมขนลุกซู่ ด้านขวามือ เวทีแรกคือบอล จารุรักษ์ and the GAY band ถัดมาที่เวทีกลางคือ Slur (กรี๊ดดดด) และปิดท้ายด้านในสุดด้วย Yarinda and friends ส่วนด้านซ้ายมือ เวทีแรก (ตรงข้ามบอล) คือ Lemon Soup ถัดมา (ตรงข้าม Slur) คือ Tattoo Colour และด้านในสุด (ตรงข้ามญารินดา) คือกิ กิรตา
หลังจากนั้น ก็อธิบายกติกาและวิธีการสุ่มวงที่จะเล่น (กดรีโมต) ซึ่งให้คนดูมีส่วนร่วมเล่นด้วย กติกาก็คือ เมื่อกดรีโมตแล้ว ไฟก็จะวิ่ง และเมื่อไปหยุดที่วงไหน วงนั้นต้องเล่น เพราะฉะนั้น พอวงแรกเล่นเสร็จหนึ่งเพลง ก็กดไฟอีกครั้ง ให้วงต่อไปเล่นอีกเพลง เป็นอย่างนี้อยู่ซักพัก (Tattoo Colour โดนไปสองเพลงแล้ว ในขณะที่ Slur ยังไม่โดนซักเพลง) ก็ให้รู้สึกงงๆ เพราะไม่เคยดูคอนเสิร์ตที่ต้องหมุนไปหมุนมาแบบนี้
ในระหว่างที่กำลังงงๆ อยู่นั้นเอง ทุกคนก็เห็นพ้องกันว่า กว่าจะกดไฟได้เล่น มันช่างเสียเวลาซะเหลือเกิน เขาก็เลยเปลี่ยนกติกาใหม่ คือกดไฟเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่กดก่อนที่วงที่กำลังเล่นอยู่จะเล่นเสร็จ (มันเปลี่ยนกติกาตรงไหนฟร่ะ)
Slur
แบงค์เจ็บคอ หมอห้ามใช้คอหลายเดือน Slur ในวันนี้จึงขาดสีสันของรัมเป็ต ผลก็คือสุ้มเสียงที่ดิบและดุดัน ชนิดที่คอร็อกจะต้องซี้ดซ้าดดดด พลังงานของสี่หนุ่มบนเวทีล้นปรี่ (เช่นเดียวกับที่ผมได้ดู Slur เล่นครั้งแรกที่นี่เช่นกัน) ทนแทนสมาชิกที่ขาดหายได้อย่างน่าทึ่ง
Tattoo Colour
Tattoo Colour ขึ้นชื่อในเรื่องความแพรวพราวและความฮามาแต่ไหนแต่ไร แต่การแสดงในวันนี้มันคือที่สุดของที่สุด ทุกมุขมาในจังหวะและปริมาณที่พอเหมาะพอเจาะ ประกอบกับฝีมือทางดนตรีที่จัดจ้าน และพลังงานบนเวที ทุกเพลงมีเมโลดี้ติดหู และคนร้องตามได้ ทำให้ผมประทับใจการแสดงของวงนี้มากที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ความพิเศษของวันนี้คือ วงเล่นเพลงใหม่เอี่ยมจากอัลบั้มที่กำลังจะออกปีหน้าให้ฟังกันเป็นที่แรก พร้อมกับ MV ทำมือ ที่เรียกเสียงฮาไปหลายกระบุง แต่ที่สุดยอดเหนือคำบรรยาย และเป็นการแสดงที่ดีที่สุดของค่ำคืนนี้คือเพลง “เกาะร้างห่างรัก” ในเวอร์ชั่นบอยแบนด์! ที่เรียกเสียงกรี๊ด เสียงฮา และเสียงปรบมือชนิดถล่มทลาย
Lemon Soup
แม้ประสบการณ์ครั้งแรกของผมกับ Lemon Soup จะไม่ค่อยประทับใจ แต่ผมรู้สึกว่าการแสดงของวงดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะครั้งนี้ ซาวด์โดยรวมของวงดีมากๆ และ “ระหว่างทาง” ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่มีพลังมากที่สุดในคอนเสิร์ตครั้งนี้
Yarinda and friends
ไม่เคยดูการแสดงของญารินดามาก่อน แต่เคยได้ยินเสียงแว่วว่าเนือยและน่าเบื่อ อยากจะตบปากคนแว่วเสียงนั้นมาซะจริง เพราะการแสดงที่ผมได้ดูวันนี้มันช่างยอดเยี่ยมมากมาย ดนตรีของวงมีทั้งความอ่อนหวาน ความหนักแน่นแบบดนตรีร็อก แล้วผสมความเป็นแจ๊ซและโฟล์กเพิ่มเข้าไป อีกทั้งแสงประกอบก็ช่างเข้ากับเพลงเหลือเกิน มันจึงเปี่ยมเสน่ห์เหนือคำบรรยาย
บอล จารุรักษ์
อันที่จริงไม่ได้ปลื้มเพลงของบอลเท่าไหร่ แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนใจ เพราะบอล and the GAY band เล่นสดได้เริ่ดมากกกกกก ยกให้เป็นที่สองของวันนี้ (และมุขแพรวพราวไม่แพ้ Tattoo Colour เลย) บอลไม่ได้มาแบบวันแมนโชว์ และ The GAY band ก็ไม่ใช่แค่วงแบคอัพ ทุกชีวิตบนเวทีเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ดนตรีโซลอาร์แอนด์บีที่เล่นกันแบบเต็มวงนั้นจึงเต็มไปด้วยความสนุกและคึกคัก ขอแนะนำให้ทุกท่านหาโอกาสดูแบบเต็มวงให้ได้
กิ กิรตา
กิไม่ได้ปล่อยมุขแบบ Tattoo Colour หรือบอล แล้วก็ไม่ได้พูดเก่งขนาดนั้น อีกทั้งเพลงของกิก็ไม่ใช่เพลงชวนโยกเหมือนอย่างวงอื่นๆ แถมยังเป็นน้องเล็กของคอนเสิร์ตอีกต่างหาก เลยรู้สึกเฉยๆ กับการแสดงของกิ (แถมเพลงก็เคยฟังอยู่ไม่กี่เพลง) แต่เรื่องความน่ารักและเสน่ห์บนเวทีคงจะถูกใจหนุ่มๆ
10
ในหูยังมีเสียงวิ้ง วิ้ง วิ้ง ขาและหลังปวดและเมื่อยเพราะไม่ได้นั่ง นิ้วตีนทั้งสิบถูกบีบอัดอยู่ในรองเท้าผ้าใบ ทันทีที่ถอดถุงเท้ารองเท้าออก มันก็กางแผ่อย่างหมดเรี่ยวแรง
แต่สามชั่วโมงก่อนหน้านี้ มันคือเรื่องราวของผู้คนในห้องเล็กๆ
