คอนเสิร์ตสามเสาร์
เราจะเปิดฉากของเรื่องนี้กันในเดือนมีนาคม 2550
ขอให้นึกภาพเดือนที่เวลาไหลผ่านไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ลมมรสุมฤดูร้อนกำลังแรงยังไม่พัดผ่านเข้ามาเต็มที่นัก พระอาทิตย์ดวงโต และคอนเสิร์ตที่มีให้ดูกันถึงสามเสาร์
ผมจะขอเปิดฉาก ณ วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม กับคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง (เดี่ยวๆ) ครั้งแรกของ Big Ass ภายใต้ชื่อว่า BIG ASS CONCERT เปิดพรหมลิขิต
จะมีซักกี่คนในประเทศไทยที่ไม่รู้จักวงร็อกตูดใหญ่ (แต่ขอฟันธงว่ามีหลายๆๆๆๆๆ คนเลยล่ะ ที่ไม่รู้จัก แต่เขียนเชียร์ๆ กัน มันก็ต้องเขียนอย่างนี้แหละ) ที่ทำเพลงได้เด็ดสะระตี่ สะเทือนต่อมโดดโขยกหัว เพลงช้าก็เศร้าบาดลึก น้ำตาหยดแหมะๆ แถมชุดล่าสุดพี่ท่านยังเพิ่มพลังความดุดัน ให้สมกับที่ผ่านปริญญาโท (ต๊อง) มาได้อย่างเข้มข้น ก่อเกิดเป็นอัลบั้มที่ผมว่าดีที่สุดเท่าที่ Big Ass เคยทำมาเลย
เคยดู Big Ass มาหลายหน ขอรับประกันว่า ใครดูแล้วไม่โดด มารับห้าบาทจากเจ้าของบล็อกได้เลย
สำหรับเสาร์ถัดไป (24 มีนาคม) ผมขอนำเสนอคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก (อีกแล้ว) ของวงมันๆ นามว่า Potato SEED LIVE CONCERT: SPICY POTATO ดุ เด็ด เผ็ด มันส์
จากวงป๋องแป๋งในอัลบั้มแรก ใครจะนึกว่าวงหัวมัน Potato จะพัฒนามาได้ถึงขนาดนี้ (และมีแนวโน้มว่าจะยิ่งดีขึ้นไปในอนาคต) แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่เป็นที่ถูกใจประชาชนชาวอินดี้ ด้วยเหตุที่ว่าหน้าตาดีเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าเล่นดนตรีเป็น ข้างฝ่ายประชาชนชาวเพลงฮิตติดชาร์ตก็คงจะกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาและเมโลดี้ติดหูแบบตีหัวเข้าบ้าน จนมองข้ามความสามารถทางดนตรีของวงหัวมันไปเช่นกัน แต่ใครจะว่ายังไงก็ช่าง เพราะผมชอบ Potato มาก โดยเฉพาะเสียงกีต้าร์ที่จี๊ดใจเหลือเกิน นี่คือวงที่ทำเพลงตลาดดีๆ ได้แจ่มเหลือเกิน
เคยดู Potato ไม่กี่ครั้งในทีวี และไม่เคยดูเล่นสดเลยซักครั้ง แต่เชื่อว่าน่าจะสุดฤทธิ์สุดเหวี่ยง ลองนึกภาพคนทั้งโดมช่วยกันแหกปากร้องเพลงรักแท้ดูแลไม่ได้ดูซิ มันจะกระหึ่มแค่ไหน
และแล้วก็มาถึงคอนเสิร์ตปิดท้าย ในวันเสาร์ 31 มีนาคม
ว่ากันตามจริงแล้ว คอนเสิร์ตนี้กระจอกงอกง่อยที่สุดในแง่ของโปรดักชั่น แต่กลับเป็นคอนเสิร์ตที่ผมอยากดูมากที่สุด ชนิดที่ว่าหากต้องเลือกดูได้เพียงคอนเสิร์ตเดียว ผมก็ต้องเลือกดูคอนเสิร์ตนี้แหละ
คอนเสิร์ตนี้จะไม่มีเพลงฮิตร้องตามได้ ไม่มีเพลงมันส์ชนิดสุดเหวี่ยง แล้วก็ไม่มีเพลงช้าชนิดเอาตาย มันคงจะมีแต่เสียงแตกพร่าของกีต้าร์ เมโลดี้หลอนๆ และบรรยากาศแบบลอยละล่อง สิ่งที่คนดูจะแสดงออกได้ว่าเมามันกับคอนเสิร์ตนี้มากที่สุดคือการโขยกหัว โยกตัวเบาๆ และเสียงกรีดร้อง ขอเชิญทุกท่านพบกับ SO::ON Dry FLOWER and Bommer presents SODF 
ราคาบัตรก็ถูกแสนถูก (200 บาท) แต่ดูรายชื่อวงที่จะมาเล่นกันซะก่อน (คลิกลิงก์เพื่อเข้าไปลองฟังเพลงของแต่ละวงได้เลย)
The Observatory (Singapore) (วงนี้เคยมาเล่นโชว์ที่แฟตเฟสครั้งที่ห้าไปแล้ว)
Furniture (Malaysia) (วงนี้มีอัลบั้มแรก “Twilight chases the sun” ขายแล้วด้วย หาซื้อได้ที่ดีเจสยาม ผมไปเห็นมาแล้ว อยากได้มาก แต่ยังไม่ได้ไปสยามซักที)
Tatsuya Yoshida (Japan) (วงนี้ไม่มีลิงก์ให้ลองฟังเพลงแฮะ)
และวงดนตรีไทยสามวงที่เลิศเลอประเสริฐศรีเป็นที่สุดในช่วงเวลานี้ ได้แก่
Desktop Error
อัศจรรย์จักรวาล
Goose (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
สำหรับ Desktop Error และอัศจรรย์จักรวาลนั้น ผมยังไม่เคยดูการแสดงสด แต่ได้ยินหลายเสียงบอกมาว่าหลอนได้ใจมาก ส่วน Goose นั้นไม่ต้องพูดถึง ถ้าใครที่เคยอ่านบล็อกเก่าของผมมาก็คงรู้ว่าลูกรักขนาดไหน ส่วนใครที่ยังไม่เคยอ่านคำสรรเสริญก็ไม่เป็นไร เพราะว่าผมไปหาของเก่าที่เคยแปะเอาไว้ มาแปะให้ได้อ่านอีกรอบ อันนี้เป็นคำสรรเสริญเยินยอของพี่ซี้ด (นรเศรษฐ หมัดคง) ที่เขียนถึง Goose ไว้ใน 49 อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2549 (โดย Goose เป็นวงดนตรีไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ฝ่าด่านอรหันต์เข้าไปได้ซะด้วย)
อัลบั้มชุดแรกของห่าน (คนโง่หรือคนทึ่ม) เมืองทั้ง 5 ตัวที่ทำให้ผมทึ่มทึ่งและระทดระทวยมาจนถึงบัดนี้และตลอดไป การแสดงสดสั้นๆ ที่ผมเคยมีโอกาสได้ชมเป็นขวัญตาเมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมายังตรึงตาตรึงใจมิรู้เลือน ผมกล้าบอกเต็มปากเต็มคำว่า ผมขอมอบตัวมอบกายเป็นสาวกของวงนี้ไปจนตาย แม้วงพวกพวกเขาจะแยกสลายไปตามวิสัยในอนาคตกาลก็ตาม และเป็นอีกหนึ่งวงต่อจากวงทีโบน, วงครับ และวงโมเดิร์นด็อก ฯลฯ ที่ผมก็จะจดจำเพลงทุกเพลงและความทรงจำต่างๆ ที่มีต่อวงนี้ไปถ่ายทอดให้กับลูกๆ หลานๆ และคนรุ่นต่อๆ ไปจนกว่าความทรงจำทั้งหมดจะเลือนหายไปจากรอยยักของสมอง
คำว่า ‘ชอบ รัก หรือหลงใหล’ มันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและไร้เหตุผลรองรับเสมอ แต่สำหรับวง Goose ผมกลับมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่จะเล่าหรือถ่ายถอดให้คุณฟังอย่างไม่มีวันจบสิ้น แต่ในที่นี้จะสรุปสั้นๆ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในการสัมผัสงานระดับมาสเตอร์พีชชิ้นนี้ของคุณ
แทร็ค ‘สัตว์ป่า’, ‘Another Try’, ‘Fake Star’, ‘ทิ้งฉันไว้’ หรือ ‘สิ่งดีๆ’ และทุกๆ เพลงจากอัลบั้มชุดแรก เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของวงการร็อคไทยหลังสหัศวรรษใหม่ในความรู้สึกของผมเลยทีเดียว และเป็นอัลบั้มร็อคไทยของวงหน้าใหม่อีกหนึ่งอัลบั้ม ( และอีก 2-3 อัลบั้มเท่านั้น) ที่ผมนำติดตัวไปฟังตลอดเมื่อมีเวลา เนื่องจากพวกเขาได้เป็นตัวแทนของความอยากเป็น ความอยากได้ ความอยากที่จะระบาย ความรู้สึกเก็บกด ความโกรธแค้นต่อสิ่งต่างที่รายล้อมอยู่รอบตัว ฯลฯ
ผู้คนส่วนใหญ่จะเข้าใจเหมือนๆ กันว่า ดนตรีร็อคคือความหยาบคาย กระด้าง หนักกะโหลก โหดเหี้ยม รุนแรง และเต็มไปด้วยการทำลายล้าง ผมก็ยอมรับและเชื่อแบบนั้นเช่นกัน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าหรือธรรมชาติสร้างขึ้นมานั้นย่อมมี 2 ด้านเสมอ แถมบางสิ่งบางอย่างมีถึงสิบหรือร้อยด้าน วง Goose ได้นำเสนอดนตรีร็อคให้เราได้สัมผัสถึง 3 ด้านทั้งด้านกว้าง, ยาว และลึก บทสรุปคือตัวตนและความเป็นจริงที่ดนตรีร็อคในประเทศไทยควรจะเป็นมากกว่าที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่แหลมคมและแนวทางของดนตรีที่ล้ำลึก
‘20 Guns Poining In Your Face’ เป็นอัลบั้มรวบรวมเอาสภาพการณ์ต่างๆ ของวิถีชีวิตอันหลากหลายในสังคมเมือง มาแปรรูปให้คุณเห็นมันได้อย่างชัดเจนทั้ง 3 ด้านคือ ด้านมืด ด้านสว่าง และด้านจินตนาการหรือการตีความ ผ่านดนตรีร็อคแขนงต่างๆ ที่ผสมผสานทั้งกลิ่นอายของอนาล็อค, ดิจิตอล, แซมเพลอร์ และ Noise Sound หรือ แอมเบี้ยนท์ อย่างลงตัวและงดงามเกินกว่าจะบรรยาย แทร็ค ‘เปลือก’ และ ‘To Die For’ สามารถช๊อตให้คุณแน่นิ่งได้อย่างไม่รู้ตัว
ถ้าผมบอกว่านี่คือ ‘วงครับ + โมเดิร์นด็อก + ด้านส่วางของวงเรดิโอเฮด + ความสับสนอลม่านและล่องลอยอย่างไร้จุดจบของดนตรีร็อคแขนงไซคีเดอลิกกับชูเกสเซอร์ (Shoegazer)’ คุณจะเชื่อมั้ย? หรือถ้าต้องการคำนิยามที่สั้นกว่านี้ก็คือ ‘Goose คือวงร็อค 3 มิติ’
13 แทร็คในอัลบั้มชุดนี้พร้อมให้คุณพิสูจน์กับคำกล่าวทั้งสอง
รายละเอียดมากกว่านี้ของคอนเสิร์ตสุดเริ่ด กรุณาจิ้มตรงนี้
ประกาศทิ้งท้าย: สำหรับ SODF ผมคงไปดูแน่นอนพันเปอร์เซ็นต์ (แม้ว่าจะต้องไปอย่างเดียวดายก็ตาม) ส่วน Big Ass กับ Potato นี่ก็อยากไปเช่นกัน แต่คงต้องหาเพื่อนไปด้วย ใครอยากดูคอนเสิร์ตไหนช่วยแจ้งด่วน จะได้ไปสนุกด้วยกัน
5 comments:
เหอๆ เพลงที่แกชอบสไตล์นี้ทั้งนั้นเลยแฮะ
คอนเสิร์ตสุดท้ายน่าดูนะ แต่..ตูไปเหนืออะช่วงนั้น
โอ้โห ไม่ได้เข้ามานานมาก กลับมาอีกที กว่าจะหาบ้านปิ๊กเจอ เล่นเอางงไปเลย ว่าตกลงบ้านที่ปิ๊กอยู่ปัจจุบัน อยู่หลังไหนกันแน่ มันย้ายไป ย้ายมา งงจริงๆ ตกลงว่าเป็นหลังนี้ใช่มั้ย สวยดีอ่ะ ดูดีมากๆ ว่าแต่ นี่ขนาดยุ่งๆ เรื่องทีสีส ยังสามารถเขียนได้เยอะขนาดนี้เลย 555 นับถือจริงๆ อ้อ ถ้าเราว่างๆ เราก็คงกลับมาเขียน blog ของเราใหม่ แต่ก็อาจจะย้ายบ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจดูก่อนว่า blog เดิมยังเขียนได้อยู่ป่าว ยังไงเขียน แล้วจะแจ้งข่าวมาให้อ่านอีกทีหนึ่งนะ อ้อ ช่วงนี้เหมือนไม่ค่อยจะได้เจรจากันสักเท่าไหร่ เห็นยุ่งๆ เราเองก็ยุ่งๆ หวังว่าคงสบายดีเหมือนเดิมนะ บายแล้วนะ
อยากดูบิ๊กแอสมากๆ
แต่ไม่มีเงิน
เราออกจะชอบวงเด็กแนวหล่อๆ
เช่นโปเตโต้ อาร์มแชร์
เราว่าโปเตโต้คนก็ชมเยอะนะ
รายจ่ายเดือนนี้พุ่งสูงปรี๊ดแล้วอ่ะ ทำไงดี ทำไงดี
ร็อคตูดใหญ่
haha
เขียนสนุกดีนะ
อ่านแล้วนึกภาพออก
ทั้งภาพคนเขียน และภาพคนบนเวที
พี่นับถือนะ ที่เป็นแฟนวงไทยเหนียวแน่นขนาดนี้
เดี๋ยวลองติดต่อพี่ทางอีเมล์หน่อยนะ
อาจจะมีงานให้ช่วยทำจ้ะ
prypansang@yahoo.com
Post a Comment